รู้ไว้เพื่อความปลอดภัย ก่อนตัดสินใจตัดกรามเหลากราม

4 เรื่องที่ควรรู้ไว้ ก่อนตัดกรามเหลากราม

ใบหน้าเรียวเล็กเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับสาว ๆ ได้เป็นอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วสำหรับสาว ๆ เอเชีย มักจะมีใบหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีปัญหากรามใหญ่ ทำให้ใบหน้าไม่ได้รูป ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ เพราะในปัจจุบันนั้นใบหน้าเรียวเล็ก สไตล์วีเชฟกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย จึงทำให้หลายคนต้องหันไปพึ่งการทำศัลยกรรมตัดกรามเหลากราม เพื่อปรับแต่งใบหน้าตัวเองให้เข้ารูป วันนี้เราลองมาดูข้อมูลที่น่าสนใจ ก่อนตัดสินใจไปตัดกรามเหลากรามกันเลยดีกว่า

1. เลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน การศัลยกรรมตกแต่งทุกชนิดล้วนแต่มีความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น ก่อนการตัดสินใจผ่าตัดศัลยกรรมคาง ควรเลือกทำกับโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสูง มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราได้รับผลลัพธ์อย่างดีหลังการผ่าตัด การปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจตัดกรามเหลากราม ก็เป็นเรื่องจำเป็น ต้องมีการแสกนใบหน้า วิเคราะห์โครงสร้างของใบหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อทำออกมาแล้ว ใบหน้ามีความดุล ใบหน้าสวยได้รูปตามที่ต้องการ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่าโรคประจำตัวหรือแพ้ยาอะไรบ้าง
2. วิธีการผ่าตัดกรามเหลากราม การผ่าตัดกรามสามารถทำได้ 2 วิธี คือ วิธีแรก การผ่าตัดจากภายนอกช่องปาก โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดแผลจากภายนอกบริเวณมุมกราม แล้วเปิดกระดูกมุมกราม แล้วตัดเอากระดูกส่วนเกินออกไป ตกแต่งมุมกระดูกให้เข้าที่ แล้วจึงผ่าตัดเย็บแผล ข้อเสียของการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ จะทำให้เกิดแผลเป็น ที่มองเห็นอย่างชัดเจน วิธีที่สอง เป็นการผ่าตัดจากภายในช่องปาก แพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลในบริเวณหลังฟันกราม แล้วใช้เลื่อยตัดกระดูกมุมกรามออกตามแนวที่กำหนดไว้ แล้วตกแต่งกระดูกส่วนที่เหลือ แล้วจึงเย็บปิดปากแผล วิธีนี้แพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญ เพราะมีความยุ่งยากกว่าวิธีแรก แต่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีแผลเป็นปรากฏให้เห็น
3. มีอาการบวม หลังจากการผ่าตัดในช่วงแรก ๆ แผลจะมีอาการบวม ทำให้อ้าปากลำบาก แต่อาการบวมจะค่อย ๆ ลดลง ในช่วงนี้ให้พยายามอ้าปากบ่อย ๆ เพื่อช่วยบริหารข้อต่อขากรรไกร แถมยังช่วยป้องกันการติดแข็งของพังพืดที่อยู่รอบ ๆ กราม
4. การดูแลแผลหลังผ่าตัด หลังการผ่าตัดควรประคบแผลด้วยน้ำแข็ง ให้หมั่นประคบเย็นประมาณ 2 วัน จะช่วยลดอาการบวมจากแผลผ่าตัดได้ ในเวลานอนควรนอนยกศีรษะสูงกว่าลำตัว จะช่วยลดอาการบวมลงได้ การทำความสะอาดแผลเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่ควรละเลย ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การผ่าตัดกรามเหลากราม จะช่วยปรับใบหน้าของสาว ๆ ให้เรียวสวยได้รูปตามที่ต้องการ แต่ควรเลือกทำกับโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษา ก่อนการผ่าตัดกรามเหลากรามทุกครั้งควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม

เสริมคางให้สวย ด้วยซิลิโคน

ศัลยกรรมเสริมคาง

การทำศัลยกรรมใบหน้าด้วยการเสริมคาง จัดว่าเป็นการศัลยกรรมยอดฮิต ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้การทำศัลยกรรมจมูกเลย เพราะความสวยความงามของใบหน้าเป็นที่ผู้หญิงทุกคนให้ความสนใจ การมีรูปหน้าที่สวยงาม ย่อมเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้หญิงได้ไม่น้อย การเสริมคางนั้นช่วยเพิ่มความดูดีให้กับใบหน้าได้หลายอย่าง ทำให้ใบหน้าเรียวยาว เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูสวยมีมิติ การศัลยกรรมคาง จึงช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีใบหน้าสั้น ใบหน้าไม่ได้รูป

เสริมคาง

การศัลยกรรมเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน
การเสริมคางด้วยการใช้ซิลิโคนเป็นวิธีการศัลยกรรมที่ทุกคนรู้จักดี โดยใช้ซิลิโคน เสริมคางสวยมาก เพื่อให้เข้ากับโครงหน้า แท่งซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมยังแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ
1. ซิลิโคนแท่งเสริมคางแบบสำเร็จรูป เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารูปร่างคางไม่มาก เช่น คนที่มีปัญหาคางเล็ก แต่คางมีรูปร่างที่ดีอยู่แล้ว โดยแพทย์จะทำการเตรียมซิลิโคนที่มีขนาดเหมาะกับรูปหน้าไว้แล้ว ทำให้ผู้ที่เข้ามารับการเสริมคางไม่ต้องเสียเวลานาน
2. ซิลิโคนแท่งแบบเหลาออกแบบใหม่ เพื่อจะให้ให้ทรงกับรูปร่างของคางมากที่สุด เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหามาก เช่น คางสั้นระดับกลาง คางเบี้ยวระดับเล็กน้อย รวมถึงคางที่มีรูปทรงไม่ได้สัดส่วน โดยแพทย์จะวัดรูปร่างของคาง แล้วกำหนดรูปร่างของคาง แล้วจึงเหลาแท่งซิลิโคนให้เข้ากับรูปร่างทรงใบหน้า

ก่อนการทำศัลยกรรมเสริมคางด้วยซิลิโคน

• ก่อนทำการศัลยกรรมแพทย์จะทำการตรวจร่างกายของคนไข้อย่างละเอียด ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อรวมถึงการแพ้ยาหรืออาหาร อย่างไรก็ตามควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้น
• ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับกราม โรคในช่องปาก มีปัญหาเกี่ยวกับฟัน หลังจากการทำศัลยกรรมเสริมคางแล้ว อาจก่อให้เกิดอันตราย ทำให้คางมีรูปร่างผิดปกติได้ ดังนั้นคนไข้ควรเข้ารับการการรักษาช่องปากก่อน แล้วจึงมาทำศัลยกรรมคาง

ขั้นตอนการเสริมคาง ด้วยซิลิโคนแท่ง

• โดยแพทย์จะเริ่มฉีดยาสลบและยาชา ให้กับคนไข้
• การเสริมคางนั้นมีอยู่ 2 วิธี คือการผ่าตัดเปิดแผลภายในช่องปาก และบริเวณภายนอกช่องปาก แพทย์จะสอบถามจากตัวคนไข้ว่าต้องการผ่าตัดแบบไหน รวมถึงการให้คำแนะนำคนไข้ว่า ควรผ่าตัดด้วยวิธีไหน ที่จะเหมาะสมกับเรา
• นำซิลิโคนที่เตรียมไว้ ใส่ในจุดที่ผ่าตัด เพื่อปรับให้เข้ารูปทรงกับใบหน้า
• แพทย์ทำการเย็บปิดปากแผล
• จะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 – 90 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์แต่ละท่านด้วย

การศัลยกรรมเสริมคางนั้น เป็นการศัลยกรรมยอดฮิตอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงให้ความสนใจ เพราะช่วยปรับปรุงรูปร่างใบหน้าให้ได้สัดส่วน ดูมีมิติ ทำให้ใบหน้าดูเรียวยาว มีส่วนช่วยทำให้ใบหน้าดูสวยขึ้นได้ ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างถาวร

ทำหน้าสวย ด้วยการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่วยลดขนาดของใบหน้า ทำให้ใบหน้าสัดส่วนเรียวสวยมากยิ่งขึ้น แต่การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มที่เกิดจากพันธุกรรมเท่านั้น ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มป่อง ที่เกิดจากร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินไป วันนี้ลองมาดูสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการ ศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้ม กันดู

ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ทำความรู้จักกับผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มนั้นมีควรระวัง สำหรับผู้ที่มีอายุน้อยและผู้ที่ไม่ได้มีไขมันในบริเวณแก้มมาก เพราะการผ่าตัดไขมันออกไป จะทำให้ใบหน้าตอบเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น สำหรับบางคนที่มีรูปร่างผอมบางอยู่แล้ว การตัดไขมันส่วนเกินก่อนเวลาจะทำให้ใบหน้าตอบมากเกินไป ลองสังเกตดูจากคนในครอบครัวของเราว่า เมื่อมีอายุมากขึ้นแล้วแก้มบุ๋มมากน้อยแค่ไหน เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าควรจะ ศัลยกรรมตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ออกมากน้อยเพียงใด

ผู้ที่เหมาะสำหรับการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

การผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้มเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุน้อยสุขภาพดี ก่อนผ่าตัดควรแจ้งโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ เป็นการผ่าตัดเล็ก จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อย ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลผ่าตัด ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ก่อนการผ่าตัดควรมีการเตรียมตัวอย่างเหมาะสม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการผ่าตัดให้ชัดเจน เกี่ยวกับปริมาณไขมันที่ต้องการตัดออก อย่างไรก็ตามแพทย์จะทำการพิจารณาจากโครงหน้าของคนไข้โดยรวมด้วย เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากที่สุด

เตรียมตัวก่อนการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์ให้หลีกเลี่ยงการทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เพราะจะทำให้เลือดออกมากในช่วงผ่าตัด ทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย งดการทานอาหารเสริมบางชนิด ในวันที่จะเข้ารับการผ่าตัดให้ทานอาหารให้อิ่ม แปรงฟันเพื่อให้ช่องปากสะอาด หลังจากการผ่าตัดแล้วจะทานอาหารได้น้อยลง ดังนั้นจึงควรทานอาหารก่อนการผ่าตัด 4 ชั่วโมง

ขั้นตอนการผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ระหว่างการผ่าตัดแพทย์จะทำการเปิดปากแผลภายในช่องปากประมาณ 2 – 4 ซม. ในบริเวณระหว่างเหงือกกับกระพุ้งแก้มบริเวณฟันกรามด้านบน ผ่านลงไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร เมื่อพบไขมันแล้วจะตัดออกมาทางแผลที่เปิดไว้ และทำการผ่าตัดปิดปากแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาในการทำทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด

  • หมั่นประคบเย็นบ่อย ๆ ในช่วง 2 วันแรก
  • นอนยกศีรษะสูง เพื่อลดการอักเสบ
  • ควรทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด
  • งดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด

ใบหน้าของแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกันไป สำหรับผู้ที่มีใบหน้ากว้าง มีปัญหาแก้มป่อง  ทำให้ใบหน้าดูไม่ได้สัดส่วน สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำศัลยกรรมผ่าตัดไขมันกระพุ้งแก้ม จะทำให้ใบหน้าเรียวสวยได้รูปมากขึ้น  แต่ก่อนตัดสินใจทำควรปรึกษาแพทย์ให้ดีเสียก่อน

เสริมจมูกผู้ชายสไตล์เกาหลี โด่งแบบธรรมชาติ

สวัสดีครับผมชื่อเอ็มครับ วันนี้ผมก็จะมาแชร์ประสบการณ์หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อ 3 เดือนก่อน ผมไปศัลยกรรมจมูกมาครับ ตอนนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้วผมก็เลยอยากจะมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน แล้วก็มาแชร์ประสบการณ์ของผมให้กับเพื่อนเพื่อนที่กำลังจะตัดสินใจเสริมจมูกได้ดูกันด้วยครับ

เสริมจมูกสไตล์เกาหลี

ศัลยกรรมเสริมจมูก

ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ผมเองอยากเป็นคนที่ดั้งแหมบคือแทบจะไม่มีดั้งเลยทีเดียว เพื่อนๆ ชอบแซวว่าลูกกะตาจะไหลไปรวมกันอยู่แล้ว ซึ่งผมก็แอบเซ็งเหมือนกันไอ้ความคิดที่อยากจะเสริมจมูกนี้มีมาตั้งนานแล้ว เพราะว่าเดี๋ยวนี้ไปไหนก็ชอบถ่ายรูปกันทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวคือบางทีก็ไม่สามารถที่จะใช้มุมกล้องช่วยได้ แต่ก็ยังไม่พร้อมเรื่องเงิน ก็มาถึงวันนี้เราพร้อมแล้วก็เลยอยากจะไปทำศัลยกรรมจมูก เริ่มแรกก็ปรึกษาเพื่อนเพื่อนๆ ที่เรารู้จักก่อนเพื่อนก็บอกว่าจะทำจริงหรอระวังจมูกทะลุนะอะไรแบบนี้ คือทุกคนก็เป็นห่วงเรา จนกระทั่งได้รู้จักกับพี่ที่เคารพคนหนึ่งเป็นคนในวงการเขาก็แนะนำให้เรามาปรึกษากับคุณหมอที่นี่ดู เพราะท่านเคยพาคนมาทำหลายคนแล้วก็รู้สึกว่าผลลัพธ์ดีมากๆ เราก็เลยช่วยท่านแล้วก็ตัดสินใจที่จะเข้ามาพูดคุยกับคุณหมอก่อน

คลินิก ศัลยกรรมจมูก อยู่ใจกลางเมือง การเดินทางก็ค่อนข้างสะดวกมีรถบริการสาธารณะที่หลากหลาย รถไฟฟ้าก็เดินทางได้สะดวกด้วย พอไปถึงคลินิกสิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยคือรู้สึกว่าพนักงานบริการดีมากๆ ตั้งแต่เราเข้าไปเขาก็เข้ามานั่งพูดคุยให้คำปรึกษาแล้วก็ลงคิวให้ พอถึงคิวแล้วก็เข้าไปพูดคุยกับคุณหมอเพื่อให้คุณหมอประเมินก่อนว่าคุณหมอจะรับทำหรือไม่ทำ เพราะถ้าเกิดคนไหนที่คุณหมอดูแล้วว่าไม่สามารถเสริมจมูกได้หรือเสริมไปแล้วเนี่ยมีโอกาสที่จมูกจะทะลุคุณหมอก็จะบอกเลยว่าคนนี้ทำจมูกไม่ได้ คือคลีนิกที่นี่ค่อนข้างตรงไปตรงมาไม่หลอกลวงลูกค้า ตอนนั้นก็แอบกลัวเหมือนกันว่าคุณหมอจะไม่ทำให้ แต่พอเข้าไปคุยแล้วก็โอเคคุณสามารถทำได้ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเราอาจจะเพราะว่าเป็นผู้ชายนั้นจมูกเนื้อจะเยอะกว่าผู้หญิงด้วย

สิ่งแรกที่เรารู้สึกได้หลังทำก็คือประมาณอาทิตย์แรกหลังทำเราจะรู้สึกว่าทำไมหน้าเราเหมือนเดิมเลย จมูกก็ไม่เห็นจะโด่งขึ้นตรงไหนเลยเหมือนกับไม่ได้ทำศัลยกรรมนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นเนี่ยจมูกยังบวมอยู่ยังไม่เข้าที่เท่าไหร่ พอเวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือนแล้วจมูกที่บวมอยู่ในตอนแรกก็เริ่มยุบลง จมูกจะเข้าที่มากขึ้น ไปไหนมาไหนเพื่อนๆ ก็จะทักว่าทำไมจมูกสวยจัง เราก็เริ่มมาสังเกตดูในกระจกอีกครั้งก็เออจริงด้วยจมูกเราดูโด่งขึ้น จะโด่งแบบธรรมชาตินะคือสวยเลยแหละ บางทีไปเจอคนข้างนอกก็มักจะถามว่า ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีกครับ เราก็แอบเขินนิดนึง ซึ่งก็ยอมรับว่าหลังทำจมูกมาก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้นแล้วก็รู้สึกมีความสุขกับผลลัพธ์ที่ได้ไม่ผิดหวัง เพราะก่อนหน้านี้เราก็ค่อนข้างกังวลกลัวจมูกจะทะลุ กลัวว่าผลลัพธ์ออกมาจาไม่ดีแบบที่เราคิดไว้ เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ต้องกลับไปขอบคุณพี่ที่รู้จักที่แนะนำเรามาทำที่นี่

ยังไงผมก็ฝากถึงคนที่จะทำจมูกซักนิดนะครับ ก่อนไปทำศัลยกรรมจมูกศึกษาข้อมูลให้ดีๆ ก่อนแล้วก็เลือกทำศัลยกรรมจมูกกับคลีนิคที่ได้มาตรฐานกับแพทย์ที่มีใบอนุญาตจากแพทยสภาด้วยนะครับ ความปลอดภัยของเพื่อนเพื่อนเองแล้วก็สำหรับใครที่มีรีวิวเสริมจมูกสวยๆ ไปทำที่ไหนกันมาก็มาแชร์ให้อ่านกันด้วยนะครับ

ทำตาสองชั้น ดวงตาสวยปิ๊ง แววใสเสน่ห์ชวนมอง

เอาล่ะเรามาเริ่มกันที่บทความแรกเราจะพูดถึงเรื่องการศัลยกรรมที่กำลังได้รับความนิยมนั่นก็คือ การตกแต่ง ทำตาสองชั้น เพื่อเพิ่มความงามให้ดวงตา

ศัลยกรรมทำตาสองชั้น

เคยได้ยินบ่อยบ่อยตั้งแต่เด็กกับประโยคที่พูดว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ เชื่อว่าทุกคนก็คงได้ยินมาเช่นกัน ประโยคนี้อาจจะกล่าวถึงว่าดวงตาของเราสามารถเป็นสื่อที่บ่งบอกได้ชัดเจนถึงความในใจของเรา เพราะอย่างเช่นไม่ว่าคุณกำลังจะดีใจหรือว่ากำลังเศร้า เครียด เสียใจ รู้สึกโกรธ รู้สึกไม่พอใจ หรือกำลังมีความรักอยู่ก็ตามที เชื่อหรือไม่ว่าดวงตาของเรา สามารถบ่งบอกอารมณ์เหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ทำให้หลายๆ คนจึงให้ความสนใจกับดวงตาของเขามากเป็นพิเศษ

สำหรับหนุ่มๆ หรือสาวๆ คนไหนที่มีดวงตาสวยคมเข้มดวงตากลมโตและมีตาสองชั้นก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีเสน่ห์ไม่น้อยเลยทีเดียว ทำให้คนที่มีดวงตาสวยจะตกเป็นที่อิจฉาของคนอื่นๆ โดยเฉพาะสาวตาตี่ ตาชั้นเดียวก็จะยิ่งอิจฉา พวกคุณเป็นคนพิเศษเพราะหลายๆ ครั้งที่อาหมวยอาตี๋มันจะโดนเพื่อนๆ ล้อเลียนเสมอเวลายิ้มหรือหัวเราะแล้วตาเหลือเป็นขีดแค่เส้นเดียว มันทำให้พวกเขารู้สึกแอบเซ็งไม่น้อย

ทำตาสองชั้น เคยมีเพื่อนเราอยู่คนหนึ่งเป็นผู้หญิง เธอเป็นคนที่มีตาชั้นเดียวและเป็นสาวแว่นใส่แว่นค่อนข้างหนาเลยทีเดียว เมื่อไม่นานมานี้เธอก็ตัดสินใจว่าอยากจะไปทำตาสองชั้นหลังจากที่เธอไปพบหมอเพื่อให้หมอผ่าตัดทำตาสองชั้นหมอก็พิจารณาตรวจสอบถึงองค์ประกอบต่างๆ ว่าสามารถทำการผ่าตัดได้หรือไม่ ก็เป็นอันว่าเธอสามารถทำการผ่าตัดได้ หลังที่เธอผ่าตัดทำตา 2 ชั้นไปแล้วเธอก็เปลี่ยนบุคลิกด้วยการเลือกใส่แว่นตาแล้วก็หันมาใส่คอนแทคเลนส์แทนเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง แล้วก็เสริมสร้างบุคลิกภาพให้ตัวเองด้วย ตั้งแต่การตัดสินใจทำตาสองชั้นครั้งนั้นก็ทำให้ดวงตาของเธอโตขึ้นดูสวยสดใสมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น และเมื่อไม่นานมานี้เองจากการเปลี่ยนแปลงของเธอก็ทำให้เธอได้พบกับความรัก มาแจกการ์ดแต่งงานให้เราอีกด้วย ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมหรือว่าการศัลยกรรมทำให้คุณดูดีขึ้นได้มากขนาดนี้

รีวิวทำตาสองชั้น

ที่เล่ามานี้ ก็เพื่ออยากจะให้คนที่กังวลหรือเบื่อหน่ายกับการที่ถูกเพื่อนล้อเป็นประจำเกี่ยวกับตาชั้นเดียวตาตี่หรือหากคุณกำลังเป็นคนที่ไม่พอใจในดวงตาของคุณนั้น เราอยากจะบอกว่าคุณไม่ต้องกังวลถึงปัญหา เพราะปัญหานี้สามารถแก้ไขและปรับแต่งให้สวยงามได้ตามที่คุณต้องการด้วยการทำศัลยกรรมทำตาสองชั้น ปัจจุบันได้รับความนิยมการผ่าตัดรักษาก็ไม่ซับซ้อนและยังมีความปลอดภัยสูงอีกด้วย

อันตรายจากการร้อยไหมที่อาจเกิดกับคุณได้

ข้อควรระวัง เกี่ยวกับ การร้อยไหม

การร้อยไหม PDO หรือ Polydioxanone จัดเป็นไหมที่นิยมนำมาใช้เพื่อยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูเต่งตึง ไหมชนิดนี้เป็นไหมทางการแพทย์ที่ใช้ในการเย็บแผลที่ดีที่สุดในทุกด้านและมีประสิทธิภาพสูงสุด มีอาการแพ้น้อยที่สุด ติดเชื้อน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับไหมอีก 5 ประเภทที่ได้รับความนิยมแต่ก็ยังน้อยกว่า PDO ซึ่งเป็นโครงสร้างเพื่อให้เสต็มเซลล์ยึดเกาะและเพิ่มจำนวนได้อย่างเป็นระเบียบรวมถึงเสริมสร้างเป็นอวัยวะที่สมบูรณ์อย่างเป็นระเบียบอีกด้วย แต่ก็ยังมีอันตรายเช่นกันที่เป็นผลกระทบจากการร้อยไหมที่หลายคนอาจจะมองข้าม ดังนี้

อันตรายจากการร้อยไหม

  1. ตาบอด (blindness) ถาวร ผลกระทบจากการร้อยไหมที่รุนแรงหากเกิดจากความไม่ชำนาญของผู้ที่ทำการสอดไหมหรือเลือกคุณภาพไหมที่ไม่ดี
  2. หน้าพิการ ปากเบี้ยว หน้าไม่สมมาตร (asymmetrical face) รวมถึงตาตก หากหนักหน่อยก็อาจจะทานข้าวลำบากหรือเวลายิ้มหรือพูดใบหน้าเสียรูปทรงไม่เหมือนคนปกติทั่วไป
  3. ติดเชื้อเรื้อรัง มีอาการผิวหนังอักเสบเป็นหนอง (chronic infection) ส่วนใหญ่จะมาจากการดูแลตนเองไม่ดีหลังจากการสอดไหมรวมถึงขั้นตอนการทำที่ไม่สะอาด ก็จะทำให้เกิดอาการบวมในช่วงแรกๆและลุกลามถึงขั้นเป็นหนองไหลออกมาจากบริเวณที่สอดไหมได้
  4. เกิดแผลเป็นนูน ถ้าเป็นมากอาจเป็นคีลอยด์ได้ (hypertrophic scar,keloid) เกิดจากการเป็นก้อนเนื้อหรือไหมรวมตัวกันจึงทำให้เป็นก้อนเนื้อปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หากมีอาการผิดสังเกตควรไปพบแพทย์
  5. เกิดเป็นรอยดำ รอยคล้ำบริเวณที่ร้อยไหม (bronzed skin,postinflammatory hyperpigmentation) ซึ่งบางรายเป็นเลือดอุดตันจากการสอดไหมผิดตำแหน่งจึงส่งผลออกมาทางผิวหนัง บางคนเป็นในช่วงแรกที่มีรอยเขียวช้ำแต่ก็จะค่อยๆจางลงในที่สุด
  6. รอยหลุมสิว จากผิวที่เคยเรียบเนียน กลับมามีรอยบุ๋มมากกว่าเดิม (uneven skin texture ) ซึ่งการเลือกไหมที่ผิดประเภทบางครั้งอาจจะทิ้งร่องรอยบุ๋มบนใบหน้าอย่างชัดเจนเมื่อเป็นแล้วก็จะแก้คืนได้ยาก
  7. มีตุ่มนูนคล้ายสิว อาจแดงหรือไม่แดงก็ได้ (acne-like scar) เป็นผลมาจากการสอดไหมบริเวณใต้ผิวที่ตื้นเกินไปจนทำให้เกิดอาการแดงและบางครั้งอาจจะเห็นเส้นไหมที่ชัด เช่นการร้อยไหมเสริมดั้งโด่งเพราะบริเวณจมูกมีผิวที่บางก็จะไม่เหมาะและโอกาสไหมทะลุได้สูงกว่าบริเวณอื่น
  8. มีอาการเครียดและวิตก นอนไม่หลับหลังจากที่ทำมาเพราะบางรายอาจมีอาการบวมนานกว่าคนอื่นและรู้สึกอายไม่กล้าออกจากบ้านหรือแม้แต่จะไปทำงาน

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลหรือคิดว่าจะไปทำควรตัดสินใจอย่างมีเหตุผลไม่ควรตัดสินใจตามความอยากของตนเองเพราะหากคุณรีบร้อนผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่สวยอย่างที่คิดก็เป็นได้