อันตรายจากการร้อยไหมที่อาจเกิดกับคุณได้

ข้อควรระวัง เกี่ยวกับ การร้อยไหม

การร้อยไหม PDO หรือ Polydioxanone จัดเป็นไหมที่นิยมนำมาใช้เพื่อยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูเต่งตึง ไหมชนิดนี้เป็นไหมทางการแพทย์ที่ใช้ในการเย็บแผลที่ดีที่สุดในทุกด้านและมีประสิทธิภาพสูงสุด มีอาการแพ้น้อยที่สุด ติดเชื้อน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับไหมอีก 5 ประเภทที่ได้รับความนิยมแต่ก็ยังน้อยกว่า PDO ซึ่งเป็นโครงสร้างเพื่อให้เสต็มเซลล์ยึดเกาะและเพิ่มจำนวนได้อย่างเป็นระเบียบรวมถึงเสริมสร้างเป็นอวัยวะที่สมบูรณ์อย่างเป็นระเบียบอีกด้วย แต่ก็ยังมีอันตรายเช่นกันที่เป็นผลกระทบจากการร้อยไหมที่หลายคนอาจจะมองข้าม ดังนี้

อันตรายจากการร้อยไหม

  1. ตาบอด (blindness) ถาวร ผลกระทบจากการร้อยไหมที่รุนแรงหากเกิดจากความไม่ชำนาญของผู้ที่ทำการสอดไหมหรือเลือกคุณภาพไหมที่ไม่ดี
  2. หน้าพิการ ปากเบี้ยว หน้าไม่สมมาตร (asymmetrical face) รวมถึงตาตก หากหนักหน่อยก็อาจจะทานข้าวลำบากหรือเวลายิ้มหรือพูดใบหน้าเสียรูปทรงไม่เหมือนคนปกติทั่วไป
  3. ติดเชื้อเรื้อรัง มีอาการผิวหนังอักเสบเป็นหนอง (chronic infection) ส่วนใหญ่จะมาจากการดูแลตนเองไม่ดีหลังจากการสอดไหมรวมถึงขั้นตอนการทำที่ไม่สะอาด ก็จะทำให้เกิดอาการบวมในช่วงแรกๆและลุกลามถึงขั้นเป็นหนองไหลออกมาจากบริเวณที่สอดไหมได้
  4. เกิดแผลเป็นนูน ถ้าเป็นมากอาจเป็นคีลอยด์ได้ (hypertrophic scar,keloid) เกิดจากการเป็นก้อนเนื้อหรือไหมรวมตัวกันจึงทำให้เป็นก้อนเนื้อปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หากมีอาการผิดสังเกตควรไปพบแพทย์
  5. เกิดเป็นรอยดำ รอยคล้ำบริเวณที่ร้อยไหม (bronzed skin,postinflammatory hyperpigmentation) ซึ่งบางรายเป็นเลือดอุดตันจากการสอดไหมผิดตำแหน่งจึงส่งผลออกมาทางผิวหนัง บางคนเป็นในช่วงแรกที่มีรอยเขียวช้ำแต่ก็จะค่อยๆจางลงในที่สุด
  6. รอยหลุมสิว จากผิวที่เคยเรียบเนียน กลับมามีรอยบุ๋มมากกว่าเดิม (uneven skin texture ) ซึ่งการเลือกไหมที่ผิดประเภทบางครั้งอาจจะทิ้งร่องรอยบุ๋มบนใบหน้าอย่างชัดเจนเมื่อเป็นแล้วก็จะแก้คืนได้ยาก
  7. มีตุ่มนูนคล้ายสิว อาจแดงหรือไม่แดงก็ได้ (acne-like scar) เป็นผลมาจากการสอดไหมบริเวณใต้ผิวที่ตื้นเกินไปจนทำให้เกิดอาการแดงและบางครั้งอาจจะเห็นเส้นไหมที่ชัด เช่นการร้อยไหมเสริมดั้งโด่งเพราะบริเวณจมูกมีผิวที่บางก็จะไม่เหมาะและโอกาสไหมทะลุได้สูงกว่าบริเวณอื่น
  8. มีอาการเครียดและวิตก นอนไม่หลับหลังจากที่ทำมาเพราะบางรายอาจมีอาการบวมนานกว่าคนอื่นและรู้สึกอายไม่กล้าออกจากบ้านหรือแม้แต่จะไปทำงาน

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลหรือคิดว่าจะไปทำควรตัดสินใจอย่างมีเหตุผลไม่ควรตัดสินใจตามความอยากของตนเองเพราะหากคุณรีบร้อนผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่สวยอย่างที่คิดก็เป็นได้

ศัลยกรรมตกแต่ง เสริมจมูกปลายหยดน้ำ

เสริมดั้ง เสริมจมูกปลายหยดน้ำ

วิวัฒนาการทางการแพทย์ไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการ และเพื่อผลลัพธ์ทางการรักษาที่ดีที่สุดนั้นเอง ในวงการศัลยกรรมความต้องการของคนไข้ที่เข้ามาทำศัลยกรรมเองก็มีความต้องการที่หลากหลาย เพื่อให้จมูกทรงที่ตัวเองต้องการ ที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้ก็คือ “เสริมจมูกทรงหยดน้ำ

เสริมจมูกทรงหยดน้ำ เพราะความนิยมตามสมัยนิยม ทำให้การศัลยกรรมจมูกเป็นที่ยอมรับและนิยมทั่วโลก ซึ่งส่วนมากคนจะนิยมทำศัลยกรรมเพื่อให้ใบหน้าเรียว และเสริมจมูกให้โด่งๆ ปัจจุบันมีการเสริมปลายจมูกให้เป็นรูปทรงหยดน้ำ เพื่อให้รับเข้ากับใบหน้ามากขึ้น

เสริมจมูกปลายหยดน้ำ

“จมูกหยดน้ำ” หยดน้ำคือบริเวณปลายจมูก หากเรามองจากหน้าตรง คือบริเวณตรงกลางระหว่างปีกจมูกทั้งสองข้าง

จมูกหยดน้ำเหมาะกับใคร ? สำหรับบางคนเพียงแค่เสริมจมูกอย่างเดียวก็อาจจะไม่สวยมาก เพราะไม่เข้าใบหน้า ดังนั้นการตกแต่งปลายจมูกให้ยาวขึ้น เป็นทรงหยดน้ำ ซึ่งแต่ละกรณีต้องปรึกษาคุณหมอด้วย เพราะบางคนก็ไม่เหมาะที่จะทำปลายหยดน้ำ เพราะอาจทำให้หน้าดูมีอายุเกินวัย หรือบางคนทำแล้วอาจทำให้จมูกดูงุ้มคล้ายจมูกแม่มด

ปัจจุบันซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูก มีแบบที่ผลิตออกมาเป็นทรงหยดน้ำสำเร็จรูป ทำให้ง่ายต่อการศัลยกรรมมากขึ้น แต่ซิลิโคนสำเร็จรูปก็ไม่ใช่ว่าจะพอดีเป๊ะกับจมูกของเรา ตอนเสริมแพทย์ก็ต้องทำการเหลาและปรับแต่งซิลิโคนให้มีขนาดพอดีกับจมูกและใบหน้าของเรามากที่สุด

การแต่งปลายจมูก นอกจากใช้ซิลิโคนแล้ว ก็มีวิธีการอื่นอีกด้วย เช่น เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู (ปัจจุบันมีกระดูกอ่อนเทียม เนื้อเยื่อเทียม) เสริมปลายจมูกด้วยไขมัน เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนจากอวัยวะอื่น

ข้อแนะนำหลังผ่าตัดกราม

สิ่งที่ควรทำ หลังผ่าตัดกราม

ในปัจจุบัน ได้มีการแก้ไขรูปหน้าให้ได้ดังใจ ซึ่งในปัจจุบันนั้น ได้มีรูปแบบการทำศัลยกรรมตัดกราม ที่เรียกว่า V line ซึ่งเป็นการผ่าตัดกราม ทำให้ใบหน้ากลายเป็นรูปตัววี ทำให้คางยาวและเรียวขึ้นนั้นเอง ช่วยเพิ่มความสวยสะดุดตาให้กับใบหน้าได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจก็คือ ข้อปฏิบัติในการดูแลตัวเองหลังผ่า ตัดกราม นั้นเอง ลองมาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

ผ่าตัดกราม

  1. อ้าปากบ่อย ๆ ระยะแรกหลังจากการผ่าตัดใหม่ ๆ จะมีอาการบวมช้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ทำให้ไม่สามารถอ้าปากได้ ซึ่งอาการบวมจะค่อย ๆ ลดลงไป ซึ่งสิ่งที่ต้องหมั่นทำบ่อย ๆ ในช่วงนี้คือการอ้าปากบ่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พังผืดเกิดการติดนั้นเอง ซึ่งถ้าหากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาการปวดแผล หูอื้อ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะอาการเหล่านี้จะหายไป เมื่อผ่านไป 2 – 4 สัปดาห์ และใบหน้าจะเริ่มเข้าที่ใน 1 – 2 เดือน
  2. ประคบเย็น การดูแลตัวเองในเบื้องต้นหลังจากการผ่าตัด คือการใช้นำแข็งประคบเย็น ซึ่งการทำแบบนี้ประมาณ 1 – 2 วันจะช่วยลดอาการบวมช้ำ ที่เกิดจากการผ่าตัด และควรยกศีรษะให้สูงกว่าระดับลำตัวเพื่อลดอาการบวม
  3. งดอาหาร ในช่วง 3 วันแรกของการผ่าตัด ควรงดการรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเกิดขึ้นได้ง่าย แต่หลังจากนั้นให้เริ่มรับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น นม ผลไม้ ข้าวต้มเป็นต้น

หลังจากผ่าตัดกราม ให้ได้รูปร่างตามที่ต้องการแล้ว สิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจคือการดูแลตัวเองหลังจากผ่าตัดอย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์

ปัญหาของสาวหน้าอกใหญ่ ที่คนทั่วไปไม่รู้

ปัญหาหนักอก ของสาวหน้าอกใหญ่

การมีหน้าอกขนาดใหญ่ ได้รูปย่อมเป็นสิ่งที่ต้องการของสาว ๆ หลาย ๆ คน รวมถึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของหนุ่ม ๆ ได้ง่าย ซึ่งการมีหน้าอกใหญ่นั้น ย่อมเป็นสิ่งที่เพิ่มความมั่นใจให้กับสาว ๆ ได้อย่างแน่นอน แต่นอกจากข้อดีแล้ว การมีหน้าอกใหญ่ก็มีข้อเสียอยู่ในตัวของมันเหมือนกัน วันนี้เราลองมาดูกันว่า ปัญหาของสาวหน้าอกใหญ่มีอะไรบ้าง

หน้าอกใหญ่

  1. ดูไม่เรียบร้อย สำหรับผู้ที่มีหน้าอกใหญ่แล้วละก็ ถึงแม้ว่าจะพยายามแต่งตัวเรียบร้อยแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยขนาดของหน้าอกที่ใหญ่จนทะลักออกมา ทำให้ดูไม่เรียบร้อย แถมบางครั้งทรวดทรงยังทำให้หน้าอกดูชัดเจน ถึงแม้จะพยายามปกปิดด้วยการแต่งตัวแบบรัดกุมก็ตาม แถมยังกลายเป็นเป้าสายตาของหนุ่ม ๆ ได้ง่ายอีกด้วย
  2. นอนลำบาก ด้วยขนาดของหน้าอกที่ใหญ่ ทำให้การนอนหลับกลายเป็นเรื่องลำบาก เพราะต้องคอยระวังหน้าอก ไม่ให้ถูกกดทับในท่านอนตะแคง ซึ่งสาว ๆ หลาย ๆ คนประสบกับปัญหาการนอนคว่ำ เนื่องจากทำให้หน้าอกถูกทับ ทำให้หายใจลำบากนั้นเอง ซึ่งการนอนหงายก็เป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยทำให้นอนหลับสบายมากขึ้น
  3. เสี่ยงมะเร็งเต้านม จากการศึกษาวิจัยทำให้พบว่า สาวที่มีขนาดหน้าอกใหญ่นั้นเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้สูงกว่าคนที่หน้าอกเล็ก แถมการตรวจคลำหน้าอกตัวเองก็ทำได้ยาก ทำให้หาความผิดปกติได้ยาก นับว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง

การแก้ไขหน้าอกใหญ่ สามารถทำศัลยกรรมเพื่อลดขนาดหน้าอก ให้่หน้าอกมีขนาดเล็กลง ให้เหมาะสมกับรูปร่าง เพราะการมีขนาดหน้าอกที่ใหญ่มากเกินไป อาจทำให้สาว ๆ หลาย ๆ คนรู้สึกมั่นใจ แต่ก็ไม่ดีมีแต่เรื่องดีทั้งหมด เพราะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม แถมยังเป็นจุดสนใจได้ง่าย ทำให้เวลาแต่งตัวแล้ว ดูไม่เรียบร้อย

3 ข้อควรรู้ ก่อนทำสวย ด้วยโบท็อกซ์

ก่อนฉีดโบท็อกซ์ ต้องรู้อะไรบ้าง

ในปัจจุบันการเสริมความสวยความงาม สามารถทำได้ง่าย ๆ หลากหลายวิธี การฉีดโบท็อกซ์ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะช่วยเพิ่มความสวยใส ให้กับใบหน้า หรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตามแต่จุดประสงค์ที่ต้องการ แต่ความปลอดภัยนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ต้องรู้เป็นอันดับแรก ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับร่างกายได้ วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ ที่ควรรู้ ก่อนทำโบท็อกซ์มาฝากกัน

โบท็อกซ์

  1. รักษาริ้วรอย โบท็อกซ์เป็นสารโปรตีนชนิดหนึ่งที่นำมาใช้รักษาริ้วรอยที่เกิดจากกล้ามเนื้อ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อเกิดการเกรงตัวและหดตัวอยู่เป็นประจำ ก็จะทำให้เกิดริ้วรอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปเพื่อยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อที่เกิดรอยย่นทำงานน้อยลง
  2. ไม่คงอยู่ตลอดไป การฉีดโบท็อกซ์นั้นโดยทั่วไปแล้ว จะคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน ซึ่งการฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง จะทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อย แต่ถ้าหากฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ซึ่งเราคงเคยได้เห็นกันตามข่าวมามากแล้ว
  3. ทำให้หน้าเรียว สำหรับผู้ที่อยากหน้าเรียวเล็ก แต่ไม่อยากผ่าตัด การฉีดโบท็อกซ์กับทำให้หน้าเรียวได้ ซึ่งการฉีดจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามลดลง จึงส่งผลทำให้ใบหน้าดูเล็กลงนั้นเอง ทำให้บริเวณขากรรไกรดูเรียวขึ้น

ก่อนการตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์นั้น เราควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบเสียก่อน ทั้งข้อดีและข้อเสีย แถมสิ่งที่สำคัญคือการเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะมิฉะนั้นแล้ว อาจทำให้เกิดผลเสีย ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ง่าย